คู่มือ eSIM 2026

eSIM คืออะไร? อธิบายเข้าใจง่าย

eSIM คือเทคโนโลยีดิจิทัลที่มาแทนที่ซิมการ์ดพลาสติกแบบเดิม โดยจะถูกติดตั้งมาพร้อมกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ทวอทช์ของคุณ และเปิดใช้งานผ่านรหัส QR โดยไม่ต้องใช้การ์ดจริง

GSMA standard
500+ devices
Active in 60 seconds
ภาพประกอบ: มาสคอตซิมการ์ดสีฟ้ากำลังอธิบายเรื่อง eSIM บนกระดานดำพร้อมโลโก้ sim.do และรูปวาดชิป eSIM

สรุปสั้นๆ

eSIM (Embedded SIM) คือชิปขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ ทำหน้าที่เหมือนซิมการ์ดทั่วไป แทนที่จะต้องเสียบการ์ดพลาสติก คุณสามารถดาวน์โหลดโปรไฟล์มือถือแบบดิจิทัลผ่านรหัส QR หรือแอปได้ สมาร์ทโฟนสมัยใหม่เกือบทุกรุ่น เช่น iPhone, Samsung Galaxy และ Google Pixel รองรับ eSIM ซึ่งสะดวกมากสำหรับการเดินทางเพราะคุณสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ในไม่กี่วินาที

eSIM 101

eSIM หมายถึงอะไร?

eSIM ย่อมาจาก "Embedded SIM" หรือซิมแบบฝังตัว ต่างจากซิมการ์ดแบบเดิมที่คุณต้องเสียบเข้าไปในเครื่อง eSIM คือชิปขนาดจิ๋วที่ถูกบัดกรีติดกับเมนบอร์ดของอุปกรณ์มาตั้งแต่ต้น การทำงานยังคงเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น

ในทางเทคนิค eSIM คือชิป eUICC ที่ทำงานตามมาตรฐาน GSMA สำหรับ Remote SIM Provisioning แทนที่จะเก็บข้อมูลผู้ให้บริการไว้บนแผ่นพลาสติก ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกโหลดลงในชิปในรูปแบบของ "โปรไฟล์ eSIM" ซึ่งมักจะส่งผ่านรหัส QR หรือแอป

ข้อดีอย่างมากคือ ชิป eSIM หนึ่งตัวสามารถเก็บโปรไฟล์ได้หลายโปรไฟล์พร้อมกัน คุณสามารถใช้เบอร์หลักและแพ็กเกจเน็ตสำหรับการเดินทางราคาถูกในเครื่องเดียวกัน และสลับใช้งานได้ง่ายๆ ในการตั้งค่า

คุณอาจเห็นคำเรียกอื่นๆ เช่น "e-SIM", "E-SIM" หรือ "eSIM card" ทั้งหมดนี้หมายถึงสิ่งเดียวกัน คือซิมดิจิทัลแบบฝังตัว

ข้อมูลสำคัญ

  • eSIM = "Embedded SIM" ชิปขนาดเล็กที่ติดตั้งถาวรในอุปกรณ์
  • ทำงานเหมือนซิมพลาสติก: โทร, SMS, อินเทอร์เน็ตมือถือ
  • สามารถเก็บได้หลายโปรไฟล์ในเครื่องเดียว
  • เปิดใช้งานแบบดิจิทัลผ่านรหัส QR หรือแอปได้ในเวลาไม่ถึงนาที
  • เป็นมาตรฐานสากลโดย GSMA ตั้งแต่ปี 2016 รองรับทุกยี่ห้อ
Quickly explained

eSIM ทำงานอย่างไร?

eSIM ทำงานตามหลักการเดียวกับซิมการ์ดจริง ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือโปรไฟล์มือถือของคุณจะอยู่ในชิปภายในเครื่องแทนที่จะอยู่บนการ์ดพลาสติก ตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อไปจนถึงการใช้งานเน็ต มักใช้เวลาไม่ถึงนาที

1

1. ซื้อแพ็กเกจ eSIM

คุณสั่งซื้อแพ็กเกจ eSIM ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นจากผู้ให้บริการปกติของคุณหรือจากผู้ให้บริการ eSIM สำหรับท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่าง sim.do คุณจะได้รับอีเมลยืนยันพร้อมรหัส QR หรือลิงก์เปิดใช้งาน

2

2. สแกนรหัส QR

เปิดการตั้งค่าในโทรศัพท์ของคุณ ไปที่ "ข้อมูลมือถือ" และเลือก "เพิ่ม eSIM" โทรศัพท์ของคุณจะสแกนรหัส QR และดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM โดยอัตโนมัติ

3

3. เปิดใช้งานโปรไฟล์

เมื่อติดตั้งโปรไฟล์แล้ว คุณสามารถตั้งชื่อได้ (เช่น "เที่ยวตุรกี") และเลือกว่าจะให้เป็นเบอร์หลักสำหรับเน็ตหรือไม่ อุปกรณ์หลายรุ่นสามารถเก็บโปรไฟล์ eSIM ไว้ได้หลายตัวพร้อมกัน

4

4. ใช้งานอินเทอร์เน็ตและโทร

อุปกรณ์ของคุณจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายมือถือที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ จากนี้ไปทุกอย่างจะทำงานเหมือนซิมการ์ดแบบเดิม เพียงแต่ไม่มีแผ่นพลาสติกเท่านั้น

เจาะลึกทางเทคนิค: SM-DP+ และ Remote SIM Provisioning

เมื่อคุณดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM โทรศัพท์ของคุณจะสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ที่เรียกว่า SM-DP+ (Subscription Manager — Data Preparation Plus) ของผู้ให้บริการ เซิร์ฟเวอร์จะเตรียมโปรไฟล์ที่เข้ารหัสและส่งไปยังชิป eUICC ในโทรศัพท์ของคุณ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ได้รับการรับรองโดย GSMA และใช้มาตรฐานความปลอดภัยเดียวกับซิมการ์ดจริง

ภาพประกอบ: มาสคอตซิมสีฟ้าพร้อมตราสัญลักษณ์ท่องเที่ยวถือสมาร์ทโฟน มีลูกศรเชื่อมต่อไปยังไอคอนชิป eSIM, คลาวด์ และการเปิดใช้งานด้วย QR
Side by side

eSIM vs. ซิมการ์ดจริง: เปรียบเทียบกันชัดๆ

ซิมทั้งสองแบบทำหน้าที่เดียวกัน แต่ในการใช้งานจริง eSIM มีข้อดีที่ชัดเจนในเรื่องความสะดวก ความรวดเร็ว และความยืดหยุ่นในการเดินทาง

Feature eSIM ซิมการ์ดจริง
รูปแบบ
ดิจิทัล, ฝังในเครื่อง
การ์ดพลาสติก (Nano/Micro/Mini)
การจัดส่ง
ทันที ทางอีเมล
ส่งทางไปรษณีย์ (1-5 วันทำการ)
การเปิดใช้งาน
~60 วินาที
เสียบการ์ด + ใส่รหัส PIN
ใช้หลายแพ็กเกจพร้อมกัน
ได้ เก็บได้หลายโปรไฟล์
เฉพาะเครื่องที่รองรับ 2 ซิม
การสลับแพ็กเกจ
กดเลือกในการตั้งค่า
ต้องถอดถาดซิมเพื่อเปลี่ยนการ์ด
การป้องกันการโจรกรรม
ผูกกับเครื่อง ปิดใช้งานจากระยะไกลได้
การ์ดอาจหายหรือถูกขโมยได้
ย้ายเครื่องใหม่
ดาวน์โหลดใหม่หรือใช้การย้าย eSIM
แค่ย้ายการ์ดไปเครื่องใหม่
ความเข้ากันได้
เฉพาะรุ่นที่รองรับ (ส่วนใหญ่ปี 2018+)
ใช้ได้กับมือถือเกือบทุกรุ่น
ความสะดวกในการเดินทาง
ซื้อล่วงหน้า ออนไลน์ได้ทันทีเมื่อถึงที่หมาย
ต้องหาซื้อซิมที่สนามบินหรือจ่ายค่าโรมมิ่ง
อินโฟกราฟิกแสดงวิวัฒนาการของซิมการ์ด: Micro SIM (2003), Nano SIM (2012) และ eSIM แบบฝัง (2016)

สรุป

สำหรับคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน eSIM เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า: รวดเร็วกว่า ยืดหยุ่นกว่า และปลอดภัยกว่า ยกเว้นผู้ที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าหรือต้องสลับซิมไปมาหลายเครื่องบ่อยๆ ที่อาจยังเหมาะกับซิมพลาสติกแบบเดิม

What you gain

ข้อดีของ eSIM

eSIM มอบความสะดวก รวดเร็ว และยืดหยุ่น ทั้งในการใช้งานทั่วไปและขณะเดินทาง

ใช้งานได้ทันที

สั่งซื้อ สแกน QR และใช้งานได้เลย ไม่ต้องรอไปรษณีย์และไม่มีขยะพลาสติก

ใช้ได้หลายโปรไฟล์ในเครื่องเดียว

เก็บเบอร์ส่วนตัว เบอร์ทำงาน และซิมท่องเที่ยวไว้ในเครื่องเดียวกัน และสลับใช้งานได้ง่ายๆ

เหมาะสำหรับการเดินทาง

ไม่ต้องจ่ายค่าโรมมิ่งราคาแพง เพียงซื้อแพ็กเกจเน็ตท้องถิ่นก่อนออกเดินทาง

ปลอดภัยกว่าจากการโจรกรรม

eSIM ไม่สามารถถอดออกจากเครื่องได้ ทำให้การโจรกรรมข้อมูลซิมทำได้ยากขึ้นมาก

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ไม่มีการ์ดพลาสติก ไม่มีการจัดส่ง และไม่มีบรรจุภัณฑ์ ชิปตัวเดียวรองรับได้นับไม่ถ้วน

เพิ่มพื้นที่ภายในโทรศัพท์

เมื่อไม่มีถาดซิม ผู้ผลิตสามารถใส่แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นหรือปรับปรุงการกันน้ำได้ดีขึ้น

Honest take

ข้อเสียของ eSIM: พูดกันตามตรง

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง คุณควรทราบข้อเสียด้วยเช่นกัน:

การย้ายเครื่องมีขั้นตอนมากกว่า

แทนที่จะแค่ย้ายการ์ด คุณต้องดาวน์โหลดใหม่หรือโอนย้ายโปรไฟล์ eSIM ซึ่งผู้ให้บริการบางรายอาจมีค่าธรรมเนียม

ใช้ได้เฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับ

โทรศัพท์รุ่นเก่ามักไม่รองรับ eSIM ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนซื้อเสมอ

ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเปิดใช้งาน

คุณต้องมี Wi-Fi หรือการเชื่อมต่อเน็ตที่มีอยู่เพื่อดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM

ยังไม่รองรับในทุกพื้นที่

ในบางประเทศ ผู้ให้บริการรายย่อยอาจยังไม่รองรับ eSIM แต่บริการอย่าง sim.do จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้

Compatibility

โทรศัพท์และอุปกรณ์รุ่นใดบ้างที่รองรับ eSIM?

สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมเกือบทุกรุ่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาต่างรองรับ eSIM นี่คือตัวอย่างอุปกรณ์ที่รองรับ:

ข้อควรระวัง: ในอุปกรณ์บางรุ่น ฮาร์ดแวร์ eSIM อาจมีอยู่แต่ถูกล็อคไว้ตามภูมิภาคที่จำหน่ายหรือผู้ให้บริการ เช่น iPhone 14 และรุ่นที่ใหม่กว่าที่ขายในสหรัฐอเมริกาจะไม่มีถาดซิมเลย

วิธีตรวจสอบที่เร็วที่สุด: ไปที่ การตั้งค่า → ข้อมูลมือถือ หากคุณเห็นคำว่า "เพิ่ม eSIM" แสดงว่าโทรศัพท์ของคุณรองรับ

ตัวอย่างอุปกรณ์ยอดนิยมที่รองรับ eSIM (2026)

  • Apple: iPhone XS / XR และรุ่นที่ใหม่กว่าทั้งหมด (รวมถึง iPhone 17, 17 Air, 17 Pro)
  • Samsung Galaxy: S20 / S21 / S22 / S23 / S24 / S25 และ Galaxy Z Flip / Fold (ตั้งแต่รุ่นที่ 2)
  • Google Pixel: Pixel 3 และรุ่นที่ใหม่กว่าทั้งหมด (3a, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10)
  • Apple Watch: Series 3 และรุ่นที่ใหม่กว่า (รุ่น LTE), Apple Watch Ultra
  • Samsung Galaxy Watch: ตั้งแต่ Active 2 LTE
  • iPad: iPad Pro / Air / Mini (รุ่น Cellular)
  • โน้ตบุ๊ก: Microsoft Surface, HP, Lenovo และ Dell บางรุ่น

อุปกรณ์ของคุณอยู่ในรายการหรือไม่?

ฐานข้อมูลที่อัปเดตของเรามีรายชื่อสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และนาฬิกากว่า 500 รุ่นพร้อมรายละเอียดความเข้ากันได้

Under 60 seconds

วิธีเปิดใช้งาน eSIM

ขั้นตอนการเปิดใช้งานเกือบจะเหมือนกันในสมาร์ทโฟนสมัยใหม่ทุกรุ่น:

  1. 1

    เชื่อมต่อ Wi-Fi

    คุณต้องมีอินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM

  2. 2

    เปิดการตั้งค่า

    การตั้งค่า → ข้อมูลมือถือ → เพิ่ม eSIM

  3. 3

    สแกนรหัส QR

    ใช้กล้องสแกนรหัส QR จากอีเมลของคุณ หรือป้อนรหัสเปิดใช้งานด้วยตนเอง

  4. 4

    ตั้งชื่อโปรไฟล์

    ตั้งชื่อให้ชัดเจน (เช่น "เที่ยวสเปน 2026") และเลือกว่าจะให้เป็นเบอร์หลักหรือไม่

  5. 5

    เปิดดาต้าโรมมิ่ง

    สำหรับ eSIM ท่องเที่ยว ให้เปิดดาต้าโรมมิ่งสำหรับโปรไฟล์นั้น จะไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพราะเป็นแพ็กเกจท้องถิ่นอยู่แล้ว

  6. คู่มือการติดตั้งทีละขั้นตอน

    เราได้เตรียมคำแนะนำอย่างละเอียดพร้อมเคล็ดลับเฉพาะสำหรับแต่ละอุปกรณ์และการแก้ไขปัญหา

Transparent

eSIM ราคาเท่าไหร่?

ตัว eSIM เองนั้นฟรีเสมอ คุณจ่ายเพียงค่าแพ็กเกจเท่านั้น (ค่าโทร, SMS หรือเน็ต) ราคาจึงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ประเทศ และปริมาณข้อมูลที่ต้องการ

ผู้ให้บริการรายใหญ่มักคิดราคาแพ็กเกจ eSIM เท่ากับซิมจริง ส่วนผู้ให้บริการอย่าง sim.do จะขายเป็นแพ็กเกจรายประเทศหรือรายภูมิภาคโดยไม่มีข้อผูกมัด

eSIM ท่องเที่ยวของ sim.do ขนาด 1 GB ในยุโรป เริ่มต้นเพียงไม่กี่ดอลลาร์ สำหรับการเดินทางนานๆ แพ็กเกจรายภูมิภาคจะคุ้มค่ากว่าการใช้โรมมิ่งจากซิมหลักมาก

เมื่อเทียบกับข้อเสนออื่นๆ sim.do มักจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ราคาประหยัดที่สุด

ตัวอย่างราคา eSIM สำหรับท่องเที่ยว

sim.do Logo
  • ตุรกี 1 GB 7 วัน €2.99
  • สหรัฐอเมริกา 5 GB 30 วัน €8.99
  • ภูมิภาคยุโรป 10 GB (30+ ประเทศ) €11.99
  • ไทย 3 GB 15 วัน €5.99
การเชื่อมต่อในต่างประเทศ

eSIM สำหรับท่องเที่ยว: เน็ตแบบเติมเงินแทนที่จะต้องตกใจกับค่าโรมมิ่ง

ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องความสะดวก: เลือกแพ็กเกจก่อนบิน เปิดใช้งานเมื่อถึงที่หมาย และใช้งานเน็ตท้องถิ่นได้ทันที ทันทีที่คุณลงเครื่องและปิดโหมดเครื่องบิน eSIM ของคุณจะเชื่อมต่อกับเครือข่าย คุณสามารถเปิดแผนที่ เรียก Uber หรือแจ้งโรงแรมได้ทันที

ทำไม eSIM สำหรับท่องเที่ยวถึงคุ้มค่า

  • ถูกกว่าค่าโรมมิ่งของผู้ให้บริการรายใหญ่ถึง 90%
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาที่เคาน์เตอร์ซิมในสนามบิน
  • เบอร์หลักของคุณยังคงติดต่อได้พร้อมกัน (Dual-SIM)
  • ใช้งานได้ในกว่า 200 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก
  • ไม่มีสัญญาผูกมัด จ่ายตามวันที่คุณเดินทางจริง

พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปหรือยัง?

เลือกจุดหมายปลายทาง ชำระเงินอย่างปลอดภัย และรับข้อมูลการเปิดใช้งานทางอีเมล

ทำไมต้องเลือก sim.do เวลาเดินทาง?

เปรียบเทียบ sim.do กับโรมมิ่งจากเครือข่ายเดิมและการซื้อซิมท้องถิ่นที่ปลายทาง

เกณฑ์
sim.do แนะนำ
โรมมิ่ง ผู้ให้บริการในประเทศ
ซิมท้องถิ่น ซื้อที่ปลายทาง
ไม่มีค่าโรมมิ่ง
เปิดใช้งานทันที
ไม่ต้องใช้ซิมจริง
ราคาโปร่งใส
บริการซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่มีสัญญาผูกมัด
ใช้ได้หลายประเทศ
เปิดใช้ก่อนเดินทาง
เก็บเบอร์เดิมได้
ไม่ต้องใช้บัตรประชาชน

เลือกปลายทางแล้ว ในหน้าแผนแพ็กเกจจะบอกโควตาการใช้งานและระยะเวลารับรองอย่างชัดเจน

Safe & GDPR

eSIM ปลอดภัยหรือไม่? ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

ตามข้อมูลของ GSMA และนักวิจัยอิสระ eSIM มีความปลอดภัยอย่างน้อยเท่ากับซิมการ์ดแบบเดิม และอาจจะปลอดภัยกว่าด้วยซ้ำเพราะไม่สามารถถอดออกจากเครื่องได้

What happens with your data?

โปรไฟล์ของคุณจะถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ SM-DP+ ที่เข้ารหัสตามมาตรฐาน GSMA ไปยังชิป eUICC ในโทรศัพท์ โดยใช้มาตรฐานการเข้ารหัสแบบเดียวกับซิมจริง การโจมตีแบบ SIM-swap จึงทำได้ยากกว่ามาก

ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถืออย่าง sim.do (Simtasy OÜ ในเอสโตเนีย) จะเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและปฏิบัติตามกฎ GDPR อย่างเคร่งครัด

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eSIM

ทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ รวมถึงหัวข้อที่คนค้นหามากที่สุดบน Google

eSIM คืออะไร อธิบายง่ายๆ ?

eSIM คือซิมการ์ดดิจิทัลที่ฝังอยู่ในเครื่อง แทนที่จะเสียบการ์ดพลาสติก คุณแค่โหลดโปรไฟล์ผ่านรหัส QR มันรวดเร็วกว่า ยืดหยุ่นกว่า และใช้ได้หลายเบอร์พร้อมกัน

eSIM ทำงานอย่างไร ?

คุณซื้อแพ็กเกจ รับรหัส QR ทางอีเมล สแกนในการตั้งค่า แล้วโทรศัพท์จะดาวน์โหลดโปรไฟล์ที่เข้ารหัสในเวลาไม่ถึง 60 วินาที

eSIM ต่างจากซิมปกติอย่างไร ?

ซิมปกติคือแผ่นพลาสติก eSIM คือชิปที่ฝังในเครื่อง การทำงานเหมือนกัน แต่ eSIM เปิดใช้งานได้เร็วกว่าและไม่ต้องถอดเปลี่ยน

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าโทรศัพท์รองรับ eSIM ?

ไปที่ การตั้งค่า → ข้อมูลมือถือ หากเห็นคำว่า "เพิ่ม eSIM" แสดงว่ารองรับ หรือกด *#06# แล้วดูว่ามีหมายเลข EID หรือไม่

eSIM ราคาเท่าไหร่ ?

ตัว eSIM ฟรี คุณจ่ายแค่ค่าเน็ต ที่ sim.do เริ่มต้นเพียงไม่กี่ดอลลาร์สำหรับ 1 GB

ใช้ซิมปกติและ eSIM พร้อมกันได้หรือไม่ ?

ได้ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับระบบ Dual-SIM ที่ใช้ซิมปกติและ eSIM ได้พร้อมกัน

จะเปลี่ยนจากซิมปกติเป็น eSIM ได้อย่างไร ?

ผู้ให้บริการของคุณสามารถออก eSIM สำหรับเบอร์เดิมได้ผ่านแอปหรือศูนย์บริการ เมื่อเปิดใช้งาน eSIM แล้ว ซิมเดิมจะถูกยกเลิก

eSIM ใช้ในต่างประเทศได้หรือไม่ ?

ได้ทั่วโลก คุณสามารถใช้โรมมิ่งจากซิมเดิมหรือซื้อ eSIM ท่องเที่ยวของ sim.do ที่ราคาถูกกว่ามาก

จะเกิดอะไรขึ้นกับ eSIM เมื่อเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ ?

eSIM จะผูกกับเครื่อง เมื่อเปลี่ยนเครื่องใหม่คุณต้องขอรหัสเปิดใช้งานใหม่จากผู้ให้บริการ หรือใช้ฟีเจอร์ย้าย eSIM ในเครื่อง

eSIM ปลอดภัยหรือไม่ ?

ปลอดภัยมาก เพราะมีการเข้ารหัสและไม่สามารถถอดออกจากเครื่องได้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยซิม

ข้อดีของ eSIM เมื่อเทียบกับโรมมิ่งคืออะไร ?

eSIM ท่องเที่ยวถูกกว่าค่าโรมมิ่งปกติถึง 70-90% และควบคุมค่าใช้จ่ายได้แน่นอน

วิธีติดตั้ง eSIM บน iPhone ทำอย่างไร ?

ไปที่ การตั้งค่า → ข้อมูลมือถือ → เพิ่ม eSIM → สแกนรหัส QR เท่านี้ก็เรียบร้อย !

ซื้อ eSIM และออนไลน์ได้ในไม่กี่วินาที

กว่า 200 จุดหมายปลายทาง ราคาโปร่งใส เปิดใช้งานได้ทันที อินเทอร์เน็ตในต่างประเทศกลายเป็นเรื่องง่ายด้วย sim.do